Home"ออกจากงาน" จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างไรดี

“ออกจากงาน” จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างไรดี

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ Provident Fund (PVD) คือกองทุนที่มนุษย์เงินเดือนโดยส่วนใหญ่จะทำการสมัครกันและส่งเงินสมทบโดยตัดจากบัญชีเงินเดือนในทุก ๆ เดือน โดยปกติแล้วบริษัทหากเป็นองค์กรที่มั่นคงก็จะมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้กับพนักงานได้สมัครเป็นสามาชิก ซึ่งถือเป็นสวัสดิการที่สำคัญอย่างหนึ่งที่องค์กรมีให้แก่ลูกจ้างหรือพนักงาน โดยเงินสมทบนอกจากส่วนของลูกจ้างแล้วจะมีเงินส่วนของนายจ้างสมทบให้อีกต่อหนึ่งตามเงื่อนไขของแต่ละองค์กร ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วการส่งเงินสมทบนั้นจะทำแบบขั้นบันไดตามอายุงาน เช่นเริ่มที่การส่งเงินสมทบให้ที่ 4-15% ในส่วนของสมาชิกและนายจ้างสมทบให้อีกเช่น 4-15% ตามอายุงาน เป็นต้น บางบริษัทใจดีอาจจะสมทบให้ในอัตราที่สูงกว่าบริษัทโดยทั่วไปก็มีเช่นกัน ซึ่งจุดมุ่งหมายของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นก็เพื่อให้พนักงานมีเงินไว้ใช้จ่ายยามเกษียณออกจากงานไปแล้วนั้นเอง ดังนั้นการที่เราส่งเงินสมทบเข้าไปแล้วจะนำออกมาใช้โดยได้รับการยกเว้นภาษีก็ต่อเมื่อเป็นสมาชิกกองทุนอย่างน้อย 5 ปี และมีอายุ 55 ปีขึ้นไปเท่านั้น และการเข้าออกกองทุนนั้นอาจจะทำได้เพียง 1-2 ครั้งตลอดระยะเวลาการเป็นพนักงานขององค์กันนั้น ๆ

ในช่วงนี้ปัญหาของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ยังคงส่งผลกระทบต่อผู้คนในวงกว้าง หลายคนพบปัญหาการถูกเลิกจ้าง การถูกพักงานชั่วคราว การโยกย้ายเปลี่ยนงาน หรือแนวโน้มในอนาคตนั้นอาจจะไปทำธุรกิจส่วนตัวหรือออกจากระบบของการเป็นพนักงานบริษัทเป็นการชั่วคราวหรือออกไปทำธุรกิจส่วนตัว เรื่องกองทุนสำนรองเลี้ยงชีพ ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่เราต้องวางแผนจัดการเป็นลำดับต้น ๆ ก่อนให้เรียบร้อย

work-sign-document

ทางเลือกในการจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

1. ออกจากงานแต่ไม่ลาออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

กรณีออกจากงาน เราไม่จำเป็นต้องลาออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยเราสามารถคงเงินเอาไว้ในกองทุนเดิมตามกำหนดระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับของกองทุน (อาจจะมีเงื่อนไขระยะเวลาและค่าธรรมเนียมให้ศึกษาจากระเบียบของกองทุน) ซึ่งเราก็จะยังได้รับผลประโยชน์จากการลงทุนตามปกติ เพียงแต่จะไม่ได้รับเงินสมทบจากนายจ้างเหมือนเช่นที่ผ่านมา พอหางานใหม่ได้ก็ค่อยทำเรื่องย้ายไปยังกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของนายจ้างใหม่ ซึ่งทางเลือกนี้มีข้อดีอีกอย่างคือ จะมีการนับอายุการเป็นสมาชิกกองทุนต่อเนื่องจากบริษัทเดิมด้วย

2. โอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไปยัง กองทุน RMF

หากคิดว่าชีวิตนี้จะไม่เป็นลูกจ้างอีกต่อไปแล้ว การโอนเงินโอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ไปยัง กองทุน RMF for Provident Fund ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งจะช่วยให้เราไม่ต้องเสียภาษีตามเงื่อนไขเดิม ซึ่งกองทุนรูปแบบนี้จะแตกต่างจากกองทุน RMF ปกติ เพราะเราไม่ต้องส่งเงินสมทบทุกปี เพียงแต่เป็นการคงเงินไว้เท่านั้น ดังนั้นเราจะเป็นต้องถือครองจนอายุ 55 ปีเช่นเดียวกันกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่หากวันใดที่เรากลับไปทำงานประจำเราจะไม่สามารถย้ายกองทุนกลับไปยังกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้อีกต่อไป ของใหม่ก็ต้องสมัครใหม่และเริ่มส่งเงินสมทบใหม่แยกต่างหาก อย่างไรก็ตามกองทุน RMF for Provident Fund เรายังสามารถย้ายกองทุนหรือเปลี่ยนนโนบายการลงทุนได้ เพียงแต่จะถูกจำกัดขอบเขตเป็นการดำเนินการในกลุ่มของกองทุน RMF for PVD ด้วยกันเท่านั้น

3. ถอนกองทุนแปรเป็นเงินก้อนออกมาใช้

ในข้อ 3 นี้เป็นสิ่งที่เราไม่แนะนำถ้าไม่มีความจำเป็นจริง ๆ เพราะการถอนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก่อนกำหนดนั้นจะทำให้เราเสียสิทธิ์ประโยชน์ทางด้านภาษีไป ซึ่งหากนำเงินออกมาแล้วก็ต้องมีการนำเงินที่ได้นั้นไปคิดคำนวณภาษีประจำปีอีกด้วย

สรุปแล้วกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นก็เหมือนกับกองทุนอื่น ๆ ที่ต้องมีการนำเงินสะสมของเราไปลงทุนเพื่อผลประโยชน์ของเงินให้งอกเงยขึ้นและนำเงินนั้นไปลงทุนต่อทำให้เงินลงทุนของเรานั้นโตเร็วขึ้น อย่างไรก็ดีโดยปกติแล้วกองทุนเองก็มักจะมีนโยบายให้ผู้ลงทุนเลือกว่าจะลงทุนแบบเสี่ยงมากหรือเสี่ยงน้อย เสี่ยงมากก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนมาก แต่ก็มีโอกาสขาดทุนได้มากเช่นกัน (High risk high return) เสี่ยงน้อยก็ผลตอบแทนน้อยแต่ก็เสี่ยงต่อการขาดทุนน้อย ดังนั้นแม้ว่าเราจะส่งเงินสมทบมานานแต่ก็อย่าลืมตรวจสอบด้วยว่าสถานะเงินลงทุนของเรานั้นติดลบหรือขาดทุนอยู่หรือไม่ เพราะช่วงนี้เศรษฐกิจทั้งของไทยและของโลกอยู่ในสภาวะถดถอย การขายกองทุนเพื่อนำเงินสดออกมาช่วงนี้ก็อาจจะไม่คุ้มค่านัก เพราะนอกจากการขาดทุนแล้วยังมีเรื่องของการเสียภาษีเข้ามาเกี่ยวข้องอีก หากไม่จำเป็นก็อาจจะรอให้สถานการณ์ดีขึ้นค่อยจัดการว่าจะทำอย่างไรอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่านำเงินออกมา

กองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการhttps://www.digitday.com/
DIGITDAY.COM = Digital + Day | ในยุคดิจิทัลมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในทุก ๆ วินาที การเรียนรู้เรื่องของเทคโนโลยีและเลือกใช้อย่างเท่าทัน จะช่วยให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างลงตัว

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

Must Read