กรุงเทพฯ – ฟอร์ติเน็ต (Fortinet) ผู้นำระดับโลกด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เผยรายงาน FortiGuard Labs 2026 Threat Predictions ระบุปี 2026 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเมื่อ AI เร่งสปีดวงจรการโจมตีให้เร็วระดับนาที พร้อมเตือนองค์กรไทยต้องปรับตัวสู่ “Machine-Speed Defense” เพื่อรับมืออาชญากรรมไซเบอร์ที่กำลังกลายเป็นอุตสาหกรรมอย่างระบบ
รายงานฉบับล่าสุดจาก FortiGuard Labs วิเคราะห์แนวโน้มโดยอาศัยปัจจัยด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และพฤติกรรมมนุษย์ พบว่าในปี 2026 นวัตกรรมจะไม่ใช่ปัจจัยหลักในการตัดสินแพ้ชนะอีกต่อไป แต่คือ “ความเร็ว” ในการเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองให้กลายเป็นปฏิบัติการจริง ทั้งในฝั่งของผู้โจมตีและผู้ป้องกัน
1. จากนวัตกรรมสู่ความเร็ว: เมื่อ AI ทำงานแทนอาชญากร
ในปี 2026 อาชญากรไซเบอร์จะลดเวลาในการคิดค้นเครื่องมือใหม่ แต่หันไปเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเทคนิคเดิมด้วย AI และระบบอัตโนมัติ
-
Reconnaissance & Negotiation: AI จะเข้ามาจัดการตั้งแต่การสอดแนมเป้าหมาย บุกรุกเครือข่าย ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลที่ขโมยมาและสร้างข้อความเจรจาเรียกค่าไถ่แบบอัตโนมัติ
-
Cybercrime Agents: เอเจนต์อาชญากรรมบน Dark Web จะเริ่มทำงานได้ครบวงจรโดยแทบไม่ต้องอาศัยมนุษย์ควบคุม
-
Impact: ความเร็วในการบุกรุกจนถึงการสร้างความเสียหายจะลดลงจาก “ระดับวัน” เหลือเพียง “ระดับนาที” ทำให้ผู้โจมตีรายเดียวสามารถขยายขอบเขตการโจมตีได้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
2. ยุคใหม่ของ “เศรษฐกิจใต้ดิน” ที่เป็นระบบมากขึ้น
FortiGuard Labs คาดการณ์ว่าตลาดมืดจะยกระดับการให้บริการเหมือนโลกธุรกิจที่ถูกกฎหมาย
-
Customized Packages: บริการเช่าบอตเน็ตจะถูกจัดแพ็กเกจตามอุตสาหกรรม ภูมิศาสตร์ หรือโปรไฟล์ของระบบ เพื่อให้เข้าถึงเป้าหมายได้แม่นยำขึ้น
-
Customer Service Excellence: ตลาดมืดจะมีการใช้ระบบคะแนนความน่าเชื่อถือ (Reputation Scoring) และระบบตัวกลางจัดการธุรกรรมอัตโนมัติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มอาชญากรด้วยกันเอง
3. Machine-Speed Defense: ทางรอดเดียวขององค์กร
เมื่อภัยคุกคามมาด้วยความเร็วระดับเครื่องจักร ฝ่ายป้องกันต้องตอบโต้ด้วยความเร็วที่เท่ากัน
-
Continuous Threat Exposure Management (CTEM): การตรวจสอบและจัดการความเสี่ยงต้องทำอย่างต่อเนื่องและเรียลไทม์ ไม่ใช่การประเมินตามรอบเวลาอีกต่อไป
-
Non-Human Identities: องค์กรต้องให้ความสำคัญกับการยืนยันตัวตนที่ไม่ใช่มนุษย์ เช่น เอเจนต์ AI หรือการสื่อสารระหว่างเครื่องจักร เพื่อป้องกันการขยายสิทธิ์เข้าถึง (Lateral Movement)
-
Predictive Intelligence: การใช้ AI ในการคาดการณ์พฤติกรรมผู้โจมตีล่วงหน้าจะเป็นหัวใจสำคัญของระบบรักษาความปลอดภัยยุคใหม่
มุมมองจากผู้บริหารฟอร์ติเน็ต
ดร.ศุภกร กังพิศดาร ผู้จัดการประจำประเทศไทย และลาว ฟอร์ติเน็ต
ดร.ศุภกร กังพิศดาร ผู้จัดการประจำประเทศไทย และลาว ฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า
“อาชญากรรมไซเบอร์ไม่ใช่แค่การฉวยโอกาสอีกต่อไป แต่คือระบบอุตสาหกรรมที่วัดความสำเร็จด้วยปริมาณและความเร็ว ความปลอดภัยทางไซเบอร์จึงกลายเป็นการแข่งขันของระบบ (System vs System) ไม่ใช่บุคคล องค์กรจำเป็นต้องผสานรวมข้อมูลข่าวกรองเข้ากับการตอบสนองแบบเรียลไทม์เพื่อก้าวนำหน้าผู้โจมตี”
ดร.รัฐิติ์พงษ์ พุทธเจริญ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิศวกรรมระบบ ฟอร์ติเน็ต
ดร.รัฐิติ์พงษ์ พุทธเจริญ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิศวกรรมระบบ ฟอร์ติเน็ต เพิ่มเติมว่า
“การตั้งค่าระบบแบบตายตัวไม่สามารถรับมือกับ AI ที่สอดแนมและเรียกค่าไถ่ได้ในเวลาไม่กี่นาที องค์กรต้องมีแนวทางบูรณาการ (Integrated Approach) ที่ผสานทั้งการจัดการความเสี่ยงและการตอบสนองเข้าไว้ในกระบวนการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างต่อเนื่อง”
บทสรุปสู่อนาคตปี 2027
ภายในปี 2027 คาดว่าอาชญากรรมไซเบอร์จะขยายตัวทัดเทียมกับอุตสาหกรรมระดับโลก โดยจะมีการใช้ Swarm-Based Agents หรือเอเจนต์แบบฝูงที่ประสานงานกันเองเพื่อโจมตีซัพพลายเชนและระบบ AI
กุญแจสำคัญสู่ทศวรรษหน้า: องค์กรที่สามารถผสานความเชี่ยวชาญของมนุษย์เข้ากับระบบอัตโนมัติและข่าวกรองภัยคุกคามได้อย่างสมบูรณ์ จะเป็นผู้ที่พร้อมรับมือกับความท้าทายนี้ได้อย่างยั่งยืน



