เผยผลสำรวจล่าสุดจาก AT Kearney บริษัทที่ปรึกษาษาด้านการบริหารจัดการระดับโลก ที่ได้รับมอบหมายจาก Cisco ในการศึกษาเทคโนโลยี 5G ในประเทศไทย ซึ่งจากผลการศึกษานั้นชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยี 5G จะรองรับความเร็วในการเชื่อมต่อที่เร็วขึ้นถึง 50 เท่า พร้อมการตอบสนองที่เร็วมากขึ้น 10 เท่า โดยใช้พลังงานในการเชื่อมต่อน้อยกว่า 4G ทำให้เทคโนโลยี 5G นั้นสามารถสร้างจุดเด่นทั้งในเรื่องของความรวดเร็ว ความหน่วงต่ำ และการเชื่อมต่อที่ใช้พลังงานน้อยลง
แน่นอนว่าการเชื่อมต่อที่รวดเร็วขึ้นนั้นย่อมช่วยให้เกิดบริการหรือระบบใหม่ ๆ ที่จะสร้างประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้น เช่น การรับชทวีดีโอแบบ Streaming ความละเอียดสูง, การเล่นเกมส์ผ่านระบบ Cloud, การใช้ Augmented Reality และ Virtual Reality (AR/VR) ฯลฯ ซึ่งนอกจากนี้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็จะได้รับอานิสงค์จากเทคโนโลยี 5G ไปด้วย เช่น อุตสาหกรรมการเกษตร, Smart City, IoT ฯลฯ จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่รวดเร็วขึ้นนั้นส่งผลดีต่อหลาย ๆ อุตสาหกรรมรวมไปถึงเทคโนโลยีหรือบริการใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นมาในอนาคต
สำหรับภูมิภาคอาเซียนนั้นจากรายงาน 5G in ASEAN: Reigniting growth in enterprise and consumer markets ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่จะเปิดให้เปิดตัวบริการ 5G ในปี 2564 โดยจะมีการขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มที่มีอุปกรณ์รองรับก่อนและขยายไปสู่ฐานลูกค้ากลุ่มอื่น ๆ ให้ครอบคลุมต่อไป ทั้งนี้คาดว่าภายในปีะ 2568 จะมีจำนวนผู้ใช้ 5G ในอาเซียนทั้งหมดประมาณ 200 ล้านคน
สำหรับประเทศไทยนั้นมีการประเมินว่า 5G จะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ให้บริการ 1.1 พันล้านดอลลาร์ (หรือกว่า 34,000 ล้านบาท) ภายในปี 2568 ทั้งนี้ในส่วนของหน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่กำกับดูแลอย่าง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คาดว่าจะมีการเปิดให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 700 MHz ซึ่งผู้ได้รับใบอนุฐาตจะสามารถเปิดตัวบริการ 5G ได้ในเดือนธันวาคม 2563 และในปีหน้า กสทช. จะเปิดประมูลความถี่ย่าน 2.6 GHz สำหรับ 5G เพิ่มเติมอีกด้วย

